nodjadong's profilewanderer . .PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
wanderer . . |
||||
|
April 03 ฉันคงเป็นฉันที่ไม่เคยเปลี่ยน ปรับ หรือปรุงแต่ง
คงเป็นความไม่สนใจ ห่าเหว หรือ นรกสวรรค์
ฉัน จึงยังเป็น ฉัน
ฉัน ที่เธอ ชอบ
ฉัน ที่เธอ รัก
กลายเป็น ฉัน ที่เธอ หน่ายเหนื่อย November 30 hurtสารภาพ
ผมเคยหดหู่ เป็นมากเข้าขั้นเรียกว่า โรค
ผมเคยรักคนคนหนึ่งมาก
มากกระทั่งผมทำร้ายตัวเอง
ความรู้สึกตอนนั้นยังจำได้แจ่มชัด สดใหม่
มือสองข้างเย็นเฉียบและสั่นเทา หน้าอกชุ่มด้วยเหงื่อ
ข้างในปากกลับแห้งผาก
ผมก้มหน้า พยามยามเอาหน้าผากดันมีดในมือให้มันเฉือนเข้าไปในข้อมือ ภาวนาให้เลือดออกหมดตัว
สัมผัสของใบมีดคัทเตอร์กับหนังมันเย็นยะเยือกนัก
ร่างกายตอบรับด้วยอาการสั่น สั่นไปทั้งตัว
หลังจากความรู้สึกล้มเหลวของชีวิตทะเลาะอยู่กับความรู้สึกกลัวตายอยู่สักพัก ร่างกายก็หยุดสั่น
อาจเป็นเพราะความรู้สึกเย็นยะเยือกของใบมีดนั้น ที่ทำให้ความพยายามครั้งนั้นไม่สำเร็จ แล้วผมก็แพ้อีกครั้ง
นับจากวันนั้น ผมไม่เคยดูถูกใครอีกเลย
จากข่าว จากคนรอบข้าง จากคนรู้จักของคนรู้จัก
คนที่สามารถทำร้ายตัวเองได้ถึงขั้นชีวิต คงมีเหตุผลมากพอ ในช่วงเวลานั้นนั้น
ผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรในโลกมากหรอก แต่ผมว่าผมเข้าใจเรื่องแบบนี้ดี เรื่องบางเรื่องก็ยิ่งใหญ่อย่างหาที่สุดมิได้
วันนี้หลังเลิกงานมีน้องมานั่งปรับทุกข์ถึงปัญหาการใช้ชีวิตคู่
ผมเคยมีความสุขมาก ตอนที่เห็นน้องสองคนรักกัน
จะมีทะเลาะตบตีกันบ้างก็ไม่หนักหนาอะไร เพราะยังไงฝ่ายเจ็บตัวก็เป็นรุ่นน้องฝ่ายชาย
เรียกว่าใจหายเลยก็ได้ ที่ได้ยินมันพูดว่า จะเลิกกัน
ระหว่างเดินกลับบ้าน
ผมเจออีกเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ผู้ชายฝรั่งนั่งจมกองเลือดอยู่ริมทางเท้า รอยมีดลึกเต็มมือสองข้าง เท้า ลำคอและใบหน้า
เขานั่งกึ่งหลับกึ่งตื่น
เมื่อรถพยาบาลและตำรวจมาถึง จึงได้รู้ว่าเขาทำร้ายร่างกายตัวเอง
เหตุผลดาษดื่นมาก
โดนแฟนสาวบอกเลิก
. .
ผมมองในแง่นี้นะ
ว่าในชีวิตนี้ ผมจะรักใครได้ขนาดนี้ไหม
ขนาดที่ก้าวข้ามอาการสั่น ความลังเลและเหตุผลทั้งหลายแหล่ไปได้
จนหลักฐานของความรักครั้งนั้นคือความตายหรือรอยแผลลึกบนร่างกาย
ผมกลับมาหดหู่อีกครั้ง รู้สึกได้เลย
ทั้งทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของผมเลยนะ ทำไมมันถึงส่งผลกระทบรุนแรงขนาดนี้
ภาพของแมทยังติดตาไม่หาย ภาพรอยแผลเป็นบนข้อมือของผมที่เลือนไปแล้วกลับแดงชัดขึ้นมาอีกครา
บางทีเราทุกคนบนโลกคงเชื่อมโยงถึงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
อืม
สักพักก็คงดีขึ้น
ทั้งแผลของเขา และแผลของผม
วันนี้แดดยังออกดีอยู่เลย November 23 goalอืม จะเริ่มอย่างไรดี
นี่เป็นเพียงหนึ่งในการบ้านจากวิชาเรียนไร้สาระเพื่อวีซ่าวิชาหนึ่งเท่านั้น
อยู่ๆอาจารย์ก็ตั้งคำถามว่า เป้าหมายของคุณคืออะไร?
ฉิบหาย . . กูจะไปรู้เรอะ
อาจารย์แกก็ยังไม่ละความพยายามนะ
หลังจากที่นักเรียนในห้องพร้อมใจกันนั่งเงียบกริบ
วะฮะฮ่า ที่แท้ก็ไม่ใช่กูคนเดียว
เอาล่ะ งั้นเอากลับไปคิด แล้วเขียนกลับมาส่งสัปดาห์หน้า
โฮ่ย . . ยากกว่านั่งคิดแบบอีก
เป้าหมายของการอยู่ที่นี เป้าหมายในอีกสามเดือนข้างหน้า เป้าหมายชีวิตในอนาคต
ให้หาคำตอบให้แต่ละคำถามน่ะ ไม่ยากเท่าไหร่ แต่โจทย์ที่ได้มาต้องระบุอย่างชัดเจน
เป้าหมาย ระยะเวลาในการบรรลุจุดหมาย วิธีการไปให้ถึง เราอยู่จุดไหนของกระบวนการ เรามีวิธีเตือนตัวเราอย่างไร ฯลฯ
เบียร์ บุหรี่ ข้าว งาน
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างงุ่นง่าน ทำไมกูต้องจริงจังกับเรื่องแบบนี้ด้วยฟะ?
ก็เพราะเอ็งล่องลอยอยู่แบบนี้ไม่ใช่เรอะ ถึงไม่ได้ไปถึงไหนสักที . . คนข้างในก่นด่าออกมาอย่างดัง
เออ เอากับมันสักตั้ง สักที จะเป็นอะไรไป
ผมอยากไปเรียนต่อที่เยอรมันครับ ต้องดำเนินเรื่องทุกอย่างให้เสร็จภายในต้นปีหน้า
ผมต้องติดต่อกับรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ ต้องคุยกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ต้องสอบภาษาขั้นเทพ ต้องเก็บผลงานที่เคยทำ
ตอนนี้ผมอยู่จุดเริ่มต้น
ถึงจะรู้สึกตัวช้าไปหน่อย แต่ในที่สุดก็รู้สักที
สุดท้าย เครื่องเตือนใจคือการบอกกล่าวให้คนรอบข้างรู้
ผมเป็นคนโรคจิตชอบให้มีการกดดันถึงจะทำได้ ประมาณว่าไม่อยากเสียหน้า
หากบางทีก็จะเลิกทำไปเลย หากมากดดันกันขั้นบ้า
แต่ครั้งนี้จะบอกให้รู้กันให้หมด
กูจะไปเรียนต่อเยอรมัน! August 18 กูมีเพื่อน"พี่ หนูถามจริงๆว่าทำไมไม่บอกพวกนั้นล่วงหน้า"
"ข้อหนึ่ง หน่อยมันมีผัว เดี๋ยวผัวมันก็เลี้ยง
ข้อสอง เอื้องมันมีงานโรงงาน ไม่เดือดร้อนมาก
ข้อสาม โน้ตมันมีเพื่อน เดี๋ยวเพื่อนก็ช่วยมัน"
อย่างที่ทราบ ครับ ผมมีเพื่อน ดีเสียด้วย
เป็นบุญของผม เป็นผลลัพธ์จากการที่ผมเป็นคนดี
จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตกัน ที่เราจะมั่นใจและพูดออกมาได้อย่างไม่ขัดเขินว่า "กูเป็นคนดี"
ใช่ ผมเป็นคนดี วันนี้ผมพูดกับเพื่อนทุกคนที่เจอ
คนที่เหมือนกันมักจะไหลมารวมกัน
เพื่อนสนิทผมเคยกล่าวเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว
มิตรสหายดีๆเลยดาหน้าเข้ามาหาและพัวพันกันมากมาย
นั่นคงเพราะ action = reaction คือ ผมเป็นคนดี ผมเลยมีแต่เพื่อนดี
เรื่องที่มาบ่นวันนี้สืบเนื่องมาจากเรื่องเมื่อวาน
เจ้าของร้านอาหารที่ผมทำงานอยู่ขายร้านไปโดยบอกลูกน้องล่วงหน้าสี่ชั่วโมง และสิบห้านาที
พนักงานสื่คนตกงานกลางอากาศ
หมาสี่ตัวงงงัน นิ่งหางตก
เจ้าของร้านพูดกับทุกคนยกเว้นหมาสี่ตัว ว่าให้เข้าใจ ให้เห็นใจเขา
มึงมาพูดกับกูนี่ กูเห็นไปได้ถึงขนตูดมึงเลย
มึงมาพูดกับพวกกูนี่ คนที่เดือดร้อนนั่งหน้าโง่อยู่ตรงนี้
ห่า
เรื่องเดียวที่เจ้าของพูดถูกเกี่ยวกับผมคือ ผมมีเพื่อน
ภูมิใจนะ อย่างจริงใจด้วย
เรื่องเดียวที่อยากฝากกลับไปคือความจริงใจ
หากคุณไม่มีให้ใคร คุณจงอย่าคาดหวังกับใคร
การจะมีเพื่อนที่ดีและจริงใจไม่ใช่เรื่องยาก
หากคุณไม่ได้เลวขนาดนั้น
ป.ล. ข้อความส่วนตัวฝากถึงเจ้าของร้าน bangkok spice, rezelle, sydney August 16 เจ๊งในชีวิตนี้ได้ใกล้ชิดกับคำว่า เจ๊ง มาสองครั้งสองคราว
ล่าสุดเป็นร้านอาหารไทยที่ทำงานอยู่
บางคนว่าเป็นเพราะขาดการบริหารที่ดี
บางคนว่าเป็นเพราะทำเลไม่ดี
บางคนว่า . . นานา
ครั้งแรกเป็นกิจการอู่ซ่อมรถของพ่อ
ล้มไม่เป้นท่า
บางคนว่าทำอู่รถอย่างไรก็รวย เจ๊งได้อย่างไร
บางคนว่าบริหารงานไม่เป็น
บางคนว่า . . นานา
ตั้งแต่มาอยู่เมืองนอกได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆมากมาย เหมือนเด็กเพิ่งโต ทั้งที่อายุก็เริ่มมากแล้ว
ผมเริ่มเรียนรู้จากความผิดพลาด ความคาดไม่ถึงนานัปการ
เริ่มนับหนึ่งใหม่ก็หลายครั้ง เหนื่อยเอาการอยู่
ผมเคยลองตั้งเป้าหมาย วางแผนการ ดำเนินตามแผนการ
นั่นผมเริ่มจากปัจจัยภายใน คือการจัดระบบระเบียบของตัวเอง ค่อยๆก้าวย่างด้วยสองตาจับจ้อง
มันก็ยังพัง
นั่นทำให้ผมรู้จักมองเห็น ปัจจัยภายนอก
ปัจจัยภายนอกใครก็มองเห็น หากจะเบิ่งตาดู แต่ก็ไม่เคยเห็นใครกำหนด บังคับทิศทางมันได้
การทำธุรกิจสำหรับผมแบ่งกันครึ่งครึ่งระหว่างข้างในกับข้างนอก
ใครจะไปคิด ว่าลมหนาวทำให้คนอยู่ในบ้านนั่งทอดไข่ดาวกับแฮมกิน ไม่ออกไปไหน
ใครจะไปรู้ ว่าราคาน้ำมันจะขึ้นจะลง คนจะต้องอดออมหรือใช้สอย
ใครจะคาดเดา ความต้องการของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า คุณลูกค้า ได้ร้อยเปอร์เซนต์
ใครจะไปเข้าใจ ว่าอู่ของพ่อเจ๊งได้ยังไง
ก็เหมือนกัน ใครจะไปรู้ว่าอยู่ๆแผนการที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีจะพังครืน
คำว่า จังหวะ โอกาส ลมฟ้าอากาศ ฝน พายุ หรือดวง จึงเข้ามามีส่วนพัวพันอย่างช่วยไม่ได้
ผมไม่โทษเจ้าของร้านที่ทำอย่างไรก็ไม่รู้ให้ร้านเจ๊ง ผมตกงาน
ผมไม่โทษพ่อที่ทำอย่างไรก็ไม่รู้ให้อู่เจ๊ง บ้านเลยเซ็งกันไปพักใหญ่
เช่นกัน ผมไม่โทษตัวเองที่ทำอย่างไรก็ไม่รู้ให้แผนการพัง
คงเป็นหน้าที่หลักของมนุษย์อย่างหนึ่งกระมัง สำหรับการแก้ปัญหาและใช้ชีวิต
ก็เฮฮากันไปหนอ จะเศร้าไปใย ก็ข้างในลึกๆมันบอกอยู่เสมอว่า "ไม่ตายหรอกมึง" |
|
||
|
|